[REVIEW] เปลี่ยนยาง เปลี่ยนชีวิต ขอบคุณช่างทมที่แนะนำให้ผู้หญิงขับเป็นอย่างเดียว

ผู้เขียนข้อความ

Myn

member
เขียนกระทู้: 3
ตอบกระทู้: 5
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
3 กรกฏาคม 2563 18:21 - อ่าน: 487 - ตอบ: 6

จุดเริ่มต้นจากความไม่รู้

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องมาชมช่าง เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ขับรถเป็นอย่างเดียว ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องอุปกรณ์รถซักเท่าไหร่ จนกระทั่งถึงกำหนดที่ต้องเปลี่ยนยาง ที่เราไปถึงร้านแล้วงงหนักมาก พี่ช่างก็เลยเอ็นดูในความใสซื่อ ชวนคุยอธิบายเรื่องยางรถยนต์ยาวเหยียด ซึ่งเปิดโลกใหม่ให้เรามากๆ อยากขอบคุณพี่เค้าและส่งต่อความรู้  จนต้องมาโพสต์แชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กันสักหน่อย

 

ขอเกริ่นก่อนแล้วกันนะคะ รถเราไม่ได้ใหม่อะไรมากนัก คือเป็น Mazda 2 รุ่นปี 2012 น้องมีอายุประมาณ 7 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ตอนซื้อรถ ยางเดิมที่เราใช้ก็คือ Dunlop 185/55R15 ซึ่งก็ตามอายุการใช้งาน เราใช้รถไปได้ 2 ปีก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยาง ซึ่งครั้งแรกที่เปลี่ยนยาง เรายังเรียนอยู่ทางบ้านจัดการให้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็ยังคงเป็นยางแบบเดิมที่ติดมากับรถ

พอถึงเวลาครบกำหนดเปลี่ยนยางอีกรอบ และต้องจ่ายเองแล้ว เราก็เริ่มคิดหนักว่าจะต้องเลือกยังไง เปลี่ยนที่ไหนดี ด้วยความที่เราเองก็ขับเป็นอย่างเดียว (เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนก็น่าจะเป็นนะ)

 

ภาพตัดมาอาทิตย์ก่อน ถึงคราวที่จะต้องเปลี่ยนยางรอบล่าสุด (จริงๆ ควรเปลี่ยนตั้งแต่ปีใหม่แล้ว แต่ก็ด้วยอะไรหลายอย่าง จนมาเจอโควิดแทบไม่ได้ออกจากบ้าน เลยเพิ่งได้เปลี่ยนก็ตอนนี้) คราวนี้เราเลือกที่จะลองหาร้านยางใกล้บ้านดู โดยทักแชตไปสอบถามข้อมูลและราคาไว้ก่อน เหตุผลแรกคือใกล้บ้าน และตอนสอบถามข้อมูล พนักงานก็แนะนำดี ร้านก็ดูใหญ่โต เครื่องไม้เครื่องมือครบ

เผื่อใครสนใจเราตัดสินใจเลือกร้านทรัพย์รุ่งเรืองยานยนต์ สาขาศรีนครินทร์ (https://www.facebook.com/SRRRACINGWHEEL/)

 

ถึงเวลาพบกับช่างทม

เมื่อไปถึงร้าน เราเข้าไปในห้องรับรองแอร์เย็นฉ่ำก็ได้เจอกับ ‘พี่ทม’ หัวหน้าช่างที่วันนั้นมาคอยให้คำแนะนำลูกค้าพอดี ซึ่งจุดนี้คืออีกหนึ่งความประทับใจเลยก็ว่าได้ เพราะพี่ทมอธิบายเรื่องยางละเอียดมาก พอเห็นเราไม่ค่อยรู้เรื่องก็ให้ความกระจ่างในหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของยางรุ่นต่างๆ ยางที่เหมาะกับการขับขี่แต่ละแบบ, ราคายางผลิตในเอเชียและโซนยุโรป, แบรนด์ยางของไทย, การดูแลรักษายางรถยนต์ที่เราควรจะต้องหมั่นเช็คลมยางทุกเดือน นอกจากนี้ยังต้องหมั่นสลับยางคู่หน้าและหลังทุกๆ 10,000 กิโลเมตร เพื่อให้อายุการใช้งานนานขึ้น เพราะยางหน้าและหลังจะทำงานหนักไม่เท่ากัน และที่สำคัญมากซึ่งหลายคนมักจะไม่ได้นึกถึง (เราเองก็เช่นกัน) นั่นคือยางอะไหล่ที่ควรจะต้องหมั่นตรวจเช็กทุกๆ 6 เดือนและเติมลมสม่ำเสมอด้วย (ไม่อยากจะคิดว่าถ้ายางแตกกลางถนน แต่ยางอะไหล่ไม่มีลมแล้วจะเป็นยังไง) รวมไปถึงวิธีการเลือกยางแต่ละประเภท ซึ่งเดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟังต่อไป

 

เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ พี่ทมทำ 

พอดีว่าวันนั้นยังเช้าอยู่ รถลูกค้ามีแค่สองคัน พี่ทมก็เลยใจดีพาเราขึ้นไปดูสต๊อกยางหลากหลายยี่ห้อ พี่ทมออกตัวด้วยว่าปกติไม่ได้อธิบายละเอียดแบบนี้นะ แต่เห็นว่าน้องสนใจ และวันนี้ลูกค้าก็ยังไม่เยอะด้วย ระหว่างที่พาเดินก็รู้เลยว่าพี่เขามีความรู้เรื่องยางแน่นมาก รู้จักข้อดีข้อเสียของทุกยี่ห้อ ด้วยความที่ตัวเขาเองคลุกคลีอยู่ในร้านยางมาตั้งแต่เด็กๆ

เดินไป อธิบายไป ปาดเหงื่อไป (วันนั้นร้อนมาก) พี่ทมยังใจดีอธิบายให้เราฟังว่ายางแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกยางที่เหมาะสมกับรถ และการใช้งานของเราที่สุด

 **FYI เผื่อคนที่ไม่เข้าใจเรื่องตัวเลขที่อยู่บนยาง

ยางทุกเส้นจะมีตัวเลขระบุไว้ที่บริเวณด้านข้างหรือแก้มยางรถยนต์ โดยตัวเลขเหล่านี้จะบอกขนาดและชนิดของยาง

 

จากรูปจะเป็นการยกตัวอย่าง 205/65R15 94V OUTSIDE

205 = ความกว้างของหน้ายาง 205 มิลลิเมตร

65 = ส่วนของแก้มยาง มีความหนาเป็น 65% ของหน้ายาง หรือบางที่จะเรียกเป็นซีรีส์ 65

R = ยางเรเดียล (โครงสร้างยางแบบเรเดียล มีลักษณะเป็นชั้นผ้าใบพันรอบยางใน ทิศทางทำมุม 90 องศากับเส้นรอบวงของยาง เป็นแนวเรเดียล)

16 = ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อคือ 16 นิ้ว

94 = คือดัชนีการรับน้ำหนักต่อยาง 1 เส้น หรือ Load Index เป็นค่าสูงสุดของการรับน้ำหนักที่ยางเส้นนั้นสามารถรับได้ โดยมีหน่วยเป็นกิโลกรัม เช่น 95 รับน้ำหนักตรงตามตารางได้ที่ 670 กิโลกรัม

V = สัญลักษณ์ตัวเลขระบุความเร็วที่รองรับได้ในยางรถยนต์ V = ความเร็ว 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

INSIDE / OUTSIDE = ดอกยางแบบสองทิศทาง DUAL ดอกยางประเภทนี้จะสลับยางได้ทุกตำแหน่ง ลักษณะมีดอกยางสวนทางกัน จึงไม่เน้นเรื่องของความเร็วสูงมากนัก แต่ก็ใช้ได้อย่างสะดวกสบาย

 

**ทั้งนี้ทั้งนั้นรถแต่ละคันก็จะมีตัวเลขต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อนั้นๆ นะคะ

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทัวร์คลังยางของร้าน สุดท้ายแล้วพี่ทมก็ได้เลือก 7 รุ่นเข้ารอบ โดยรอบแรกให้เราได้เห็นความแตกต่างของยางที่มีจุดเด่นแต่ละแบบ เช่น ยางสำหรับรถเน้นทำความเร็ว ยางสำหรับออฟโรด และยางสำหรับขับในเมือง ซึ่งพอได้เห็นใกล้ๆ แบบนี้ก็อัพสกิลความเข้าใจเรื่องยางรถยนต์ได้ทันที

พี่ทมเห็นว่าเริ่มเข้าใจแล้ว ก็เลยคัดเฉพาะยางสำหรับรถขับในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้บรรทุกของหนัก และไม่ได้ขับรถเร็วหรือสวิงสวายมาก โดย 3 ยี่ห้อที่เข้ารอบจากคำแนะนำของพี่ทมก็คือ

1. Pirelli Cinturato P1 - รุ่นนี้ดอกยางจะออกแบบมาไม่สมมาตร (Asymmetric) ลายด้านนอกกับด้านในจะไม่เหมือนกัน ซึ่งดอกยางด้านในจะแข็งกว่าด้านนอก ส่วนแก้มยางจะนุ่ม เพื่อการยึดเกาะถนนที่ความเร็วสูง เสียงเงียบ รีดน้ำได้ดี เหมาะสำหรับรถทั่วไปที่ขับในเมือง ขับความเร็วไม่เกิน 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะรถผู้หญิง

2. Dunlop SP Sport LM 705 - เน้นความนุ่มเงียบดุจนินจา ลายดอกยางถี่ จึงมีความสามารถเรื่องยึดเกาะถนนได้ดี และรองรับแรงกระแทกสำหรับถนนขรุขระ ยางกึ่งสปอร์ต เหมาะสำหรับคนขับที่เน้นความหวือหวาหน่อย

3. Yokohama Alliance 030ex - เน้นความนุ่มเงียบเช่นกันและยึดเกาะถนน ดอกยางเป็นร่องลึก สามารถรีดน้ำได้ดีเมื่อขับบนถนนที่เปียกหรือลื่น นพิเศษ

 

ทีนี้นอกจากคุณสมบัติที่เล่าไป เราก็มีการพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ด้วยนะ

1. ราคา - ทุกยี่ห้อราคาใกล้เคียงกันทั้งหมด อยู่ที่ประมาณเส้นละ 2,000 บาทต้นๆ

2. คุณภาพ – ความนุ่มเงียบ เกาะถนนมีเหมือนกันหมด แต่ส่วนตัวมีความสนใจในนวัตกรรมดอกยางไม่สมมาตร ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่ายางตัวอื่น

3. ยี่ห้อ - มีในใจสองแบรนด์คือ Dunlop ที่คุ้นเคย กับ Pirelli ที่จำได้ว่ารถพี่ชายก็ใช้อยู่ ส่วนอีกแบรนด์ต้องขอตัดออก เพราะเคยมีความหลังที่ไม่ประทับใจเท่าไหร่

4. บริการหลังการขาย - มีบริการของทางร้านที่ดูแลตลอดอายุการใช้งานอยู่แล้ว


Myn

member
เขียนกระทู้: 3
ตอบกระทู้: 5
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 3 กรกฏาคม 2563 18:24

เมื่อถึงเวลาต้องเลือก

สุดท้ายแล้วเราตัดสินใจเลือกเปลี่ยนยางเป็น Pirelli Cinturato P1 เพราะมั่นใจตามพี่ทมและพี่ชายแนะนำ ว่าเป็นแบรนด์ยางวิจัยจากประเทศอิตาลี และรุ่นนี้สามารถใช้สำหรับรถญี่ปุ่นได้ดี ราคาไม่แพงอย่างที่คิด

 

ส่วนไซส์ยางนั้นเปลี่ยนจากเดิมเล็กน้อยตามคำแนะนำของช่างเป็น 195/55R15 หน้ากว้างขึ้นมานิดหน่อย สนนราคาอยู่ที่เส้นละ 2,250 บาทเท่านั้นเอง (ราคาคุ้มค่ากว่าที่อื่นๆนะคะ ชอบตรงนี้)

 

สรุปค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนยางในครั้งนี้คือ 9,000 บาทถ้วน (ยางเส้นละ 2,250 บาท 4 เส้น) ส่วนเรื่องตั้งศูนย์ถ่วงล้อนั้นทางร้านบริการให้ฟรี ไม่มีค่าแรงเพิ่ม แถมยังไม่ต้องรอนานอีกต่างหาก แค่ไม่ถึง 20 นาทีก็เสร็จแล้ว เร็วมากๆ

เมื่อเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยแล้วมาลองขับดู เราว่ารู้สึกว่านิ่มดี เกาะถนนดีมากๆ ความเอี๊ยดอ๊าดก็เบาลง

แต่ที่ดีสุดคือ รู้สึกมั่นใจค่ะ เหมือนได้รองเท้าคู่ใหม่ 5555555 เย้ๆ

ถือว่าคุ้มค่ามากเลยค่ะสำหรับการเลือกเปลี่ยนยางครั้งนี้ และที่สำคัญที่สุดคือประทับใจกับการบริการของร้าน ใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนยางเราแนะนำเลย ใจดีจนแอบเดินไปเก็บภาพคิดว่าจะเขียนรีวิวให้ในเฟสกับบล็อกตัวเอง

ต้องขอบคุณพี่ทมมากๆด้วยนะคะ

ป.ล.ตอนแรกจะขอถ่ายพี่เค้าด้วย แต่เค้าขี้อายเลยไม่ขอออกกล้อง บอกว่าลูกค้าแฮ้ปปี้ พี่ก็แฮ้ปปี้

ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ค่า

 


rangrangdai

member
เขียนกระทู้: 3
ตอบกระทู้: 15
พลังน้ำใจ: 1 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 15 กรกฏาคม 2563 10:04

ชอบด้วยอีกคนครับ


nandm

member
เขียนกระทู้: 3
ตอบกระทู้: 15
พลังน้ำใจ: 1 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 16 กรกฏาคม 2563 10:44

ยางดีมากๆ ใช้ cintorato P1 เกาะถนนดีมาก นิ่ม เงียบกริบเลย

เสียดายเปลี่ยนไปเมื่อตอนต้นปี ตอนนี้โปรอย่างแรง


christopher

member
เขียนกระทู้: 1
ตอบกระทู้: 17
พลังน้ำใจ: 1 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 16 กรกฏาคม 2563 10:47

น่าสนใจมากครับ เดี๋ยวผมไปจัดสักชุด


makeitgood

member
เขียนกระทู้: 1
ตอบกระทู้: 2
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 16 กรกฏาคม 2563 11:25

ยางรุ่นนี้ เงียบนุ่ม ได้ใจผมสุดๆ เกาะถนนแม้ใช้ความเร็วสูง


mikewan92

member
เขียนกระทู้: 1
ตอบกระทู้: 15
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 16 กรกฏาคม 2563 11:34

ผมชอบมากครับ นุ่มเงียบ ขับสบาย ขับแล้วพรีเมียมสุดๆ

น่าจะเป็นหนึ่งในยางที่ชอบมากที่สุดแล้วครับ แนะนำเลย


ตอบกระทู้ด่วน

กรุณาล็อคอินก่อนทำการตอบกระทู้นี้
สมัครสมาชิก หรือ ล็อคอิน