สาเหตุที่ทำให้พวงมาลัยเพาเวอร์หนักผิดปกติ

ผู้เขียนข้อความ

financepro

member
เขียนกระทู้: 16
ตอบกระทู้: 0
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
19 มิถุนายน 2561 17:04 - อ่าน: 9,466 - ตอบ: 1

พวงมาลัยรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมทิศทางของรถยนต์ให้เป็นไปตามที่ผู้ขับกำหนด ถ้าหากพวงมาลัยเกิดมีปัญหาขึ้นมาล่ะก็ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นบรรดาคนเจ้าของรถยนต์ทั้งหลาย จึงควรรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้พวงมาลัยเพาเวอร์หนักเอาไว้ด้วย เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที และนี่คือ 9 สาเหตุ ที่คุณควรรู้

 

1.ศูนย์ล้อตั้งไม่เท่ากัน

การตั้งศูนย์ล้อแต่ละข้างไม่เท่ากันจะทำให้เลี้ยวยากขึ้น รถชอบเบี่ยงหนักไปซ้ายหรือขวาทิศใดทิศหนึ่ง จึงต้องคอยรั้งพวงมาลัยให้รถยนต์วิ่งตรงอยู่เสมอ

 

2.แรงดันในลมยางต่ำ

หากแรงดันในลมยางต่ำเกินไป จะส่งผลให้ยางรถแนบสัมผัสกับพื้นถนนมากเกินขึ้น ทำให้เกิดความฝืดและหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมตอนเวลาหมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวซ้าย-ขวา หรือกลับรถ

 

3.ปริมาณของน้ำมันพาวเวอร์มี

นำมันเพาเวอร์นั้นสำคัญต่อพวงมาลัยเพาเวอร์เป็นอย่างมาก เพราะถ้ามันขาด พร่องไปเยอะ หรือรั่วไหลออกมา จะทำให้พวงมาลัยเพาเวอร์หนัก ควบคุมยาก

 

4.ใช้ยางขนาดใหญ่

การใช้ยางรถยนต์ที่ใหญ่เกินมาตรฐานของรถตัวเอง ทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากเกิน ทำให้เวลาเลี้ยงรถและกลับรถต้องใช้แรงมากกว่าปกติ

 

5.ปั้มไฟฟ้าเพาเวอร์

หากตรวจเช็คดูแล้วพบว่าปั้มไฟฟ้าเพาเวอร์เกิดบกพร่อง ให้เปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทันที

 

6.สายพานหย่อน

เวลาขับรถแล้วได้ยินเสียงแปลกๆ ออกมาจากในห้องเครื่อง ซึ่งมันอาจเกิดจากเสียงของสายพานที่หย่อนนั่นเอง

 

7.เฟืองบังคับเลี้ยว

หากเฟิองบังคับเลี้ยวไม่ได้รับสารหล่อลื่น อาจทำให้แห้งจนเกิดการฝืดได้ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พวงมาลัยหนัก

 

8.ข้อต่ออ่อนแกนพวงมาลัย

ถ้าข้อต่อนี้ชำรุดควรรีบเปลี่ยนทันที เพราะมันเป็นอะไหล่ที่ใช้ในระบบบังคับเลี้ยว ซึ่งถ้าปล่อยไปอาจทำให้เกิดอันตรายได้

 

9.กระปุกพวงมาลัย

ถ้ากระปุกพวงมาลัยฝืด นั่นอาจเป็นเพราะขาดน้ำมันหล่อลื่น หรืออาจเกิดการลั่วไหลออกมา

 

นี่เป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับพวงมาลัยรถยนต์ที่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรทราบ ว่าสาเหตุที่มันหนักนั้นเป็นเพราะอะไร เพื่อจะได้หาทางแก้ไขได้ทัน ก่อนที่จะขับออกไปแล้วเกิดปัญหารถเฉี่ยวชน ซึ่งคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับรถยนต์แสนรักของตัวเองแน่ๆ


KCAR

member
เขียนกระทู้: 40
ตอบกระทู้: 23
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
เขียนเมื่อ 26 มิถุนายน 2561 10:22

จริงๆ ผมคิดว่าน่าจะนำรถเข้าศูนย์ฯเพื่อที่จะให้ช่างได้เช็กน่าจะดีที่สุดน่ะครับ


ตอบกระทู้ด่วน

กรุณาล็อคอินก่อนทำการตอบกระทู้นี้
สมัครสมาชิก หรือ ล็อคอิน