รู้หรือไม่…วิธีการดูแลระบบแอร์รถยนต์ให้เย็นฉ่ำอยู่ตลอดต้องทำอย่างไร

ผู้เขียนข้อความ

Thaicarjr

member
เขียนกระทู้: 29
ตอบกระทู้: 16
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
27 กรกฏาคม 2560 14:52 - อ่าน: 282 - ตอบ: 0

          สวัสดีท่านผู้รักรถยนต์ทุกท่านครับ โตโยต้า กรุงไทย โดย ศูนย์บริการและอะไหล่ ก็มีเกร็ดความรู้รถยนต์มานำเสนออีกครั้งแล้วน่ะครับ ซึ่งคราวนี้เป็น เกร็ดความรู้รถยนต์ เกี่ยวกับเรื่องอากาศภายในรถยนต์ครับ อากาศที่พูดถึงนั่นก็คือ การดูแลระบบแอร์รถยนต์ให้เย็นฉ่ำอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ท่านผู้ใช้รถยนต์ทุกท่านก็ต้องเคยมีปัญหาเรื่องอากาศร้อนในรถยนต์มาแล้วบ้างแหละครับ โดยบทความนี้ทาง ศูนย์บริการและอะไหล่ โตโยต้ากรุงไทย ก็ได้นำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาให้ได้รู้กันเพื่อท่านสามารถนำไปปรับใช้กับรถยนต์ของท่านได้ครับ จะมีอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันครับ

 

1.เช็คน้ำยาแอร์ จริงๆแล้วในหน้าหนาวรถยนต์อันเป็นที่รักของท่านผู้รักรถยนต์อาจจะไม่เคยรู้สึกร้อนอะไรมากมายนัก เพราะอากาศภายนอก ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานแอร์ไปส่วนหนึ่ง ซึ่งนั่นก็เรื่องจริงครับ แต่เมื่อหน้าร้อนคุณจะรู้ได้ทันทีว่าระบบแอร์คุณมีปัญหาหรือไม่ โดยเฉพาะ ถ้าช่วงที่กำลังเปลี่ยนฤดูนี้ รถใครเย็นแบบชืดๆ ไม่ฉ่ำ ก็ได้เวลาเปิดฝากระโปรง ตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์ในรถยนต์ของท่านแล้วครับ

     *** สำหรับการดูระดับน้ำยาแอร์นั้น ท่านผู้รักรถยนต์สามารถดูได้ที่กรองแอร์ ซึ่งอยู่ในบริเวณแผงระบายความร้อนทางด้านหน้ารถยนต์ของท่าน โดยกรองแอร์หรือที่บางคนเรียกว่า Dryer นี้จะมีช่องตรวจสอบน้ำยา โดยสังเกตผ่านตาแมวที่เป็นกระจกใส่ ว่า ถ้าเราเริ่มเห็นฟองอากาศ แสดงว่าน้ำยาแอร์เริ่มน้อย กลับกันถ้าน้ำยายังมากกระจกจะค่อนข้างใส ซึ่งโดยปกติแล้วเราต้องเติมน้ำยาแอร์เป็นประจำทุกๆ 2 ปี ***

 

2.การตรวจเช็ครอยรั่วของระบบ บางครั้งสาเหตุที่แอร์รถเราไม่เย็นนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากระบบเกิดรอบรั่ว ซึ่งโดยทั่วไประบบแอร์จะไม่สามารถรั่วเองได้ เว้น แต่จะมีการสึกหรอของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะแผงระบายอากาศไปจนถึงโอริงตัวเล็กที่ประกบอยู่ระหว่างชุดท่อแอร์ ซึ่งท่านผู้รักรถยนต์สามารถสังเกตว่าแอร์รถของท่านรั่วหรือไม่นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยดูจากรอยรั่วที่น้ำยากระทำต่อนวมแอร์ หรือมีคราบสกปรกในบริเวณต่างๆที่ใกล้กับท่อแอร์ ซึ่งคราบเหล่านี้เกิดจากน้ำยาแอร์ แต่กรณีที่รถของท่านเกิดไม่มีรอยน้ำยาเหล่านี้แต่น้ำยาแอร์พร่อง หาย อาจเป็นไปได้ 2 กรณี คือ 1 น้ำยาแอร์ต่ำ และ 2 อุปกรณ์ในระบบที่ไม่ใช่ชุดท่อแอร์รั่ว ซึ่งเราจำเป็นต้องติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

 

3.การล้างแอร์ ในส่วนนี้ถ้าผู้รักรถยนต์คิดว่ารถยนต์ของท่านปกติ ก็ได้เวลาไปล้างแอร์กัน ปัจจุบัน การล้างแอร์นั้น สามารถทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องถอดตู้แอร์ออกมาให้ยุ่งยากวุ่นวาย ซึ่งหากคุณมีโอกาส ค่าใช้จ่ายครั้งละ 1,500 บาท ต่อครั้ง อาจจะทำครั้งละ 1 ปี ถือว่าไม่ใช่เงินที่เยอะเลย และนอกจากลมแอร์จะดีขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาสุขภาพของคุณและผู้โดยสารด้วย

 

4.ควรนำรถยนต์ของท่านไปล้างรถ หลายคนอาจจะงง มันไปเกี่ยวอะไรกับการล้างรถ แต่นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราแนะนำให้คุณไปร้าน ล้าง อัดฉีด ที่มีเครื่องน้ำพ่นแรงๆ แล้วบอกเน้นย้ำเขาให้จัดการกับแผงระบายความร้อนด้านหน้ารถคุณ ซึ่งทุกวันที่คุณขับ นอกจากเศษฝุ่นแล้วคราบใบไม้ บางทีอาจจะแถวสัตว์ประหลาดมาด้วยนั้น จะถูกหมักความสกปรกไว้ตรงนี้ทั้งหมด ซึ่งการล้างอัดฉีดเป็นวิธีเดียวที่ช่วยได้ และถึงมันไม่เกี่ยวกับระบบปรับอากาศรถยนต์โดยตรง แต่การที่เราขจัดคราบฝุ่น-เศษขยะไปได้ก็ช่วยการระบายความร้อนของน้ำยาดีขึ้น และแน่นอน แอร์เย็นเร็วขึ้นด้วยครับ

 

5.มั่นนำรถยนต์ของท่านเข้าศูนย์บริการ หลังจากที่เราเสร็จการเช็คด้วยตัวเราเองแล้ว ก็ได้เวลาไปแวะเยี่ยมช่างผู้ชำนาญการ เพื่อให้เขาตรวจสอบอีกครั้งเป็นการเช็คซ้ำ เพราะการที่เราเช็คด้วยตัวเองบางครั้งไม่ใช่ว่าจะรู้ไปเสียทั้งหมด การที่เราเช็คมาก่อนหน้านี้นั้น ช่วยให้เรารู้ถึงปัญหาก่อนที่จะเข้าร้าน และแน่นอนหลอกใครก็หลอกได้ แต่หลอกคุณน่ะไม่ได้หรอก

 

          เป็นอย่างไรบ้างครับทั้งหมด 5 ข้อนี้ก็เป็นเทคนิคที่ท่านผู้รักรถยนต์ควรรีบๆไปทำเสีย ก่อนที่รถยนต์ของท่านเจออากาศร้อนอบอ้าวเอาทำให้ท่านอาจจะไม่อยากขับรถยนต์ของท่านอีกเลยจนได้ แต่ยังไงก็ตามครับ ท่านผู้รักรถยนต์ก็ควรจำไว้ว่าทุกปัญหามีสัญญาณและทางแก้ไข อยู่ที่คุณจะทำอย่างไร และดำเนินการได้เร็วหรือไม่ เท่านั้นเอง แต่ถ้าหากท่านไม่มีเวลามากก็ให้นำรถยนต์ของท่านมาเข้าที่ ศูนย์บริการและอะไหล่ โตโยต้ากรุงไทย ก็ได้ครับ ซึ่งเรียกได้ว่ามาที่นี่ครบทุกอย่างของการดูแลรถยนต์ของท่านครับ

กระทู้อื่นๆที่เกี่ยวข้อง


ตอบกระทู้ด่วน

กรุณาล็อคอินก่อนทำการตอบกระทู้นี้
สมัครสมาชิก หรือ ล็อคอิน