6 เคล็ดลับ การดูแลรถเบื้องต้นง่ายๆ ก่อนเดินทางไกล สำหรับสาวๆ

ผู้เขียนข้อความ

strategistcotactic

member
เขียนกระทู้: 6
ตอบกระทู้: 0
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
12 มกราคม 2564 16:44 - อ่าน: 3,489 - ตอบ: 0

ก่อนจะออกทริปกับเพื่อนสาว ที่ต้องเดินทางไกล หรือถนนไม่คุ้นทาง คุณควรตรวจเช็คสภาพรถยนต์ว่าพร้อมออกทริปกับคุณแล้วหรือยัง เพื่อเตรียมความพร้อมของการขับขี่ และป้องกันอุบัติเหตุระหว่างขับขี่ทางไกล ทำให้การขับขี่มีความปลอดภัย รวมถึงไม่ต้องมาเสียเวลาเจอปัญหารถเสียระหว่างทาง เพราะถ้าเจออย่างนี้ ทริปของคุณหมดสนุกแน่นอน เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยมี 6 เช็คลิสต์ก่อนขับรถเที่ยวทางไกลมาฝาก

 

 

วิธีการดูแลรถขั้นพื้นฐานเบื้องต้นง่ายๆก่อนออกเดินทาง ที่ใครๆ ก็สามารถทำเองได้

 

1. เช็คน้ำมันเครื่อง

ควรตรวจเช็คน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะน้ำมันเครื่อง เป็นตัวช่วยลดการสึกหรอ ระบายความร้อน ป้องกันสนิมและลดการกัดกร่อนของเครื่องยนต์ เมื่อใช้ไปสักพักหนึ่งจะมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่และมีความหนืดที่สูงขึ้น ทำให้ลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครื่องยนต์ต่างๆ สามารถวัดระดับน้ำมันเครื่องได้หลังจากดับเครื่องยนต์แล้ว 1-5 นาทีด้วยตัวเอง ทำได้ง่ายๆ เพียงดึงเหล็กออกมาเช็ดน้ำมันให้สะอาด เสร็จแล้วให้เสียบก้านเหล็กกลับไปในตำแหน่งเดิมจนสุด และดึงก้านวัดน้ำมันออกมาในแนวดิ่งอีกครั้ง สังเกตคราบน้ำมันที่ติดออกมา เพราะนั่นคือระดับน้ำมันเครื่องของรถคุณ ซึ่งปกติน้ำมันควรจะอยู่ในระดับพอดีกับตัว F อย่าให้ต่ำกว่าหรือสูงกว่าตัว F หากคุณเลือกที่จะเติมน้ำมันเครื่องเยอะกว่าปกติ จะทำให้เครื่องยนต์อืด แต่ถ้าเติมน้อยเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอได้เร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรเติมในระดับที่พอดี 

 

2. เช็คแบตเตอรี่

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่ค่อยได้ใช้รถ จอดรถทิ้งไว้ในบ้าน จะใช้ก็ต่อเมื่อออกทริปหรือเดินทางไกล บอกเลยแบตเตอรี่รถของคุณได้เสื่อมเป็นที่เรียบร้อย เพราะการที่รถจอดนิ่ง ไม่ได้ใช้งาน แบตเตอรี่รถจะคายประจุไฟออกมาเดือนละประมาณ 40% ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ลดลง ดังนั้นวิธีแก้คือคุณต้องขับรถ ให้ได้รอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,000 รอบต่อนาที และขับเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที 

 

แต่ถ้าคุณยังจอดรถทิ้งเอาไว้ ไม่เอารถออกไปขับ การชาร์จแบตเตอรี่รถเป็นสิ่งสำคัญ ควรชาร์จแบตเตอรี่รถอาทิตย์ละครั้ง ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อัจฉริยะ เพื่อเป็นการเลี้ยงกระแสไฟในแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ตลอดเวลา ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม ยืดอายุแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคนที่ใช้รถแค่ตอนไปเที่ยวควรชาร์จแบตเตอรี่รถให้เป็นนิสัย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องแบตเตอรี่รถเสื่อมตอนใกล้วันเดินทาง

 

3. เช็คลมยาง

อย่าลืมตรวจเช็คลมยางทุกครั้ง ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน สาวๆส่วนใหญ่มักละเลยในส่วนนี้จนปล่อยให้ ลมยางอ่อน โดยปกติควรเช็คระดับลมยาง และเติมลมยางอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง จะช่วยชะลอการสึกหรอที่จะเกิดขึ้นกับยาง เพราะฉะนั้นสาวๆทุกคนก่อนจะเดินทางไกลควรเติมลมยางให้ได้แรงดันที่พอดี เพื่อความปลอดภัยของคุณ

 

4. เช็คหม้อน้ำ 

หม้อน้ำก็เป็นอีกจุดที่จำเป็นจะต้องตรวจเช็คเสมอ ควรดูระดับน้ำยาหม้อน้ำหรือสารหล่อเย็น เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สำหรับรถที่ใช้งานปกติ ไม่ใช่เฉพาะตอนจะต้องเดินทางไกลๆ เพราะถ้าหากหม้อน้ำแห้ง ความร้อนขึ้นสูง ก็จะทำให้เครื่องยนต์พังได้เลยทีเดียว ข้อควรระวังสำหรับสาวๆ คือห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องร้อนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ พอพักจนเครื่องเย็นลงเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดฝาหม้อน้ำดู แล้วสังเกตปริมาณระดับน้ำในหม้อน้ำ ซึ่งน้ำจะต้องเต็มตลอดเวลา หากตรวจเช็คแล้วพบว่าปริมาณน้ำลดลงไป ก็จัดการเติมน้ำยาหล่อเย็นให้เต็มดังปกติ สังเกตอย่าให้เป็นสนิมจากการเลือกเติมน้ำประปา

 

5. เช็คเบรก

อาการของระบบเบรกมีปัญหามีมากมาย คุณต้องตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรกให้อยู่ระหว่าง FULL เสมอ และดูสีน้ำมันเบรก ว่าใสปกติหรือเริ่มมีสีข้นแล้ว ให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคตามเวลาที่กำหนด เพื่อเลี่ยงการเกิดเหตุเบรกมีปัญหา เริ่มสังเกตจากจอแสดงผลหน้ารถ หากนำเบรกมือลงแล้ว แต่สัญญาณบนจอแสดงผลยังขึ้นเบรกมืออยู่แสดงว่าน้ำมันเบรกในกระปุกอาจจะต่ำกว่า Min เราควรเติมน้ำมันเบรกให้มากกว่า Min แต่ไม่เกิน Max ทุกครั้ง 

รวมถึงต้องคอยเช็คการเช็คผ้าเบรกบนดิสเบรกจากเสียงของรถเวลาเบรก หากดังกว่าปกติ อาจเกิดจากผ้าเบรกบางมากแล้ว จนไปเสียดสีกับจานดิสเบรก นอกจากนี้ต้องดูอาการเบรกสั่น หรือรวมไปถึงระยะการกดเท้าเพื่อเบรก หากใช้แรงกดแป้นเบรกมากเกินแสดงให้เห็นว่าเบรกจม คือผ้าเบรกของคุณใกล้หมด แต่ถ้าหากเหยียบเบรกแล้วไม่เกิดปฏิกริยาใดๆขึ้นเลย แสดงว่าเบรกของคุณได้แตกเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นควรเช็คความปลอดภัยของระบบเบรกอยู่สม่ำเสมอ 

 

6. เช็คไฟ

ควรลองเปิดไฟในจุดต่างๆ ดูก่อนออกเดินทางไกล เพื่อตรวจเช็คไฟส่องสว่างทั้งหมด ว่าตรงไหนที่มีปัญหาบ้าง หลอดไฟทุกดวงจะต้องไม่ขาดก่อนขับขี่เสมอ ทั้งไฟหน้ารถ สูง-ต่ำ ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ไฟฉุกเฉิน หรือไฟเลี้ยว ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งสำคัญเวลาต้องขับรถทางไกลบนท้องถนนทั้งกลางวัน และกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

 

เมื่อคุณตรวจดูความพร้อมของสภาพรถเรียบร้อยแล้ว คนที่เป็นคนขับรถก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการออกทริป มีสติในการขับขี่ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทางทั้งตัวผู้ขับเองและเพื่อนร่วมทางบนรถ และไม่ให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนนกับคุณได้

แก้ไขล่าสุดโดย strategistcotactic เมื่อ 12 มกราคม 2564 - 17:00

กระทู้อื่นๆที่เกี่ยวข้อง


ตอบกระทู้ด่วน

กรุณาล็อคอินก่อนทำการตอบกระทู้นี้
สมัครสมาชิก หรือ ล็อคอิน