6 วิธีง่ายๆ ดูแลรักษารถยนต์ด้วยตัวเอง

ผู้เขียนข้อความ

mushroom

member
เขียนกระทู้: 5
ตอบกระทู้: 0
พลังน้ำใจ: 0 (ขอบคุณ)
21 มกราคม 2560 09:34 - อ่าน: 352 - ตอบ: 0

รถยนต์เป็นสิ่งที่มีค่า เป็นสมบัติคู่ใจ ที่ไปไหนด้วยกันตลอดๆดังนั้นการดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ สะอาดเอี่ยมอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าคุณอาจจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรถเท่าไร แต่ด้วย 6 วิธีการง่ายๆนี้ รับรองทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปรบกวนช่างคนไหนเลย

6 วิธีดูแลรักษารถยนต์แบบง่ายๆ

ปกติการดูแลรักษารถและเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการยืดอายุการใช้งานให้รถ และลดการเกิดอุบัติเหตุที่มาจากความไม่พร้อมของรถ ซึ่งถึงแม้จะมีประกันรถจ่ายมันก็ไม่ได้คุ้มตรงไหนเลย สิ่งที่ดีที่สุดจึงต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอประมาณสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งสิ่งที่ควรดูได้แก่

1. ลมยาง

สำหรับการตรวจลมยางก็ให้ดูว่ามันอ่อน มันแฟบตรงไหนหรือไม่ ดูให้ครบทุกเส้นเลย ที่สำคัญลมยางต้องเท่าๆกัน ไม่ใช่เส้นหนึ่งลมมาก อีกเส้นหนึ่งลมน้อย แบบนี้จะมีผลต่อการทรงตัวของรถทำให้เบรกปัดวิ่งส่ายหรือรถแถไปด้านใดด้านหนึ่งจนเกิดอุบัติเหตุได้ ทางที่ดีถ้าพบว่าแรงดันลมไม่เท่ากันก็เติมลมให้เรียบร้อย

2. รอยหยดรั่วของน้ำและน้ำมันต่างๆใต้ท้องรถ

วิธีการก็ก้มลงดูใต้ท้องรถด้วยตัวเองเลย หากพบว่ามีรอยรั่วที่ล้อและเป็นน้ำมันเบรกจะต้องงดใช้รถแล้วรีบปรึกษาช่างเพื่อตรวจเช็คสภาพรถและแก้ไขให้ดี หากตรวจพบว่าน้ำระบายความร้อนรั่วไหลหยด ก็ควรหาที่มาของการรั่ว ถ้าเป็นตามข้อต่อควรใช้ไขควงกดอัดให้แน่นเป็นปกติ หากพบรอยรั่วของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์หรือน้ำมันเฟืองท้าย แบบนี้อย่ามัวชะล่าใจรีบปรึกษาช่างเพื่อจัดการกับรอยรั่วนั้นๆ เพื่อความปลอดภัยของเราและครอบครัว เพราะถึงมีประกันรถก็ไม่อยากใช้ จริงไหม

3. ดูแลน้ำระบายความร้อน

วิธีการก็เพียงเปิดฝาหม้อน้ำออก ดูว่าน้ำพร่องลงไปบ้างหรือเปล่า ถ้าหากว่าพร่องให้ใช้น้ำสะอาดเติมลงไปให้เต็ม และสำหรับรถบางคันลองสังเกตดูว่ามีขวดพลาสติกที่เก็บน้ำอยู่และมีท่อเล็กๆต่อไปถึงหม้อน้ำหรือไม่ โดยเปิดฝาหม้อน้ำดูระดับน้ำที่ขวดเก็บน้ำสำรองแทน หากน้ำยังอยู่ในระดับที่กำหนดก็ไม่ต้องเติมแต่ถ้ามันต่ำก็ให้เปิดฝาขวดเก็บน้ำสำรองเติมน้ำสะอาดให้เต็ม แค่นี้เอง หากเราดูแลน้ำระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ เครื่องยนต์รถก็จะไม่เสื่อมสภาพเร็ว

4. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง

ข้อนี้ก็สำคัญ เพราะถ้าน้ำมันเครื่องพร่องหรือแห้งจะทำให้เกิดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ได้ สำหรับวิธีการตรวจระดับน้ำมันเครื่องก็เพียงแต่ดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วก็ใส่กดลงไปยังตำแหน่งของมันให้สุด แล้วค่อยดึงออกมาตรงๆในแนวดิ่งของระดับน้ำมัน ซึ่งจะสังเกตเห็นรอยคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ปลายเหล็กวัดน้ำมัน และหากปกติจะต้องอยู่ระหว่างกลางขีดที่มีอักษร (L(Low และ (F(Full หากต่ำจาก L ก็ให้เติมน้ำมันให้อยู่ในระดับเท่าเดิมและไม่ควรเติมจนเกินอักษร F เนื่องจากควันขาวจากน้ำมันเครื่องจะเข้ามาห้องเผาไหม้และทำให้เพลาข้อเหวี่ยงรั่วได้

5. ตรวจเติมน้ำมันเบรก

ลองดูน้ำมันเบรกในกระบอกเก็บน้ำมันเบรกที่แม่ปั๊มเบรก หากมีระดับสูงอยู่แล้วก็ไม่ต้องเติม แต่ถ้าพร่องต่ำกว่าขีดที่กำหนดก็ให้เติมจนได้ระดับ ที่สำคัญอย่าเติมให้น้ำมันเบรกหกราดโดนสีรถเด็ดขาด เพราะจะทำให้สีเสียหายได้ แต่ถ้าหกไปแล้วก็ห้ามเช็ด ให้ใช้น้ำราดให้เจือจางแทน เพราะการเช็ดจะทำให้สีเสียหายเป็นแผลทางยาวไปตลอดแนวที่เช็ดเลยทีเดียว สำหรับน้ำมันเบรกนี้ถ้าพร่องมากๆทุกวันจะต้องรีบนำรถไปปรึกษาช่างเร็วที่สุด อย่าลืมว่าการเบรกรถแต่ละครั้งหมายถึงชีวิตผู้โดยสารที่นั่งมาเลยทีเดียว

6. ตรวจเติมน้ำมันที่กระบอกคลัตช์น้ำมัน

กระบอกคลัตซ์น้ำมันจะต้องมีการตรวจเติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่ถูกต้องอยู่เสมอ ซึ่งกระบอกนี้จะอยู่ข้างๆกระบอกน้ำมันเบรกนั่นเองและน้ำมันที่เติมก็คือน้ำมันเบรก อย่าลืมนะเพราะมีความสำคัญเช่นกัน หากน้ำมันหมดจะเข้าเกียร์ไม่ได้ และรถก็จะวิ่งไม่ได้เช่นกัน

เมื่อดูแลรถเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่แต่ละปีจะขาดไม่ได้เลย ก็คือการต่อประกันรถยนต์ เพราะมีความจำเป็นเหมือนกัน เนื่องจากเราไม่รู้ว่า อุบัติเหตุจะเกิดกับเราเมื่อไร การป้องกันจึงดีที่สุด และคำถามสุดฮิตในการต่อประกันรถยนต์ ก็คือ ประกันรถยนต์ บริษัทไหนดี ? ซึ่งเรามีคำตอบมาฝากเหมือนกัน

ประกันรถยนต์ บริษัทไหนดี ?

บริษัทที่คนค่อนข้างพูดถึงมากที่สุดก็คือ กรุงเทพประกันภัยและวิริยะประกันภัย นั่นเอง อาจเพราะมีมาอย่างยาวนาน และบริการประทับใจมากๆ จะมีข้อเสียเพียงอย่างเดียว นั่นคือ ราคาประกันค่อนข้างแพงกว่าที่อื่น เลยขอแนะนำอีกที่หนึ่งที่ดีเช่นกัน นั่นคือ โตเกียวมารีน ที่เป็นบริษัทประกันมีชื่อเสียงมายาวนานเช่นกัน และขึ้นชื่อว่าดูแลลูกค้าดี การเคลมประกันดี ไม่ค่อยมีเรื่องงอแงอะไร ยังไงก็ลองดูเป็นตัวเลือกได้เช่นกัน แต่ใช่ว่าที่อื่นจะไม่ดี ยังไงก่อนทำก็ศึกษาดูหลายๆที่เพื่อจะได้ไม่ผิดหวังเพราะเสียเงินไปแล้วควรได้สิ่งดีๆกลับมา

กระทู้อื่นๆที่เกี่ยวข้อง


ตอบกระทู้ด่วน

กรุณาล็อคอินก่อนทำการตอบกระทู้นี้
สมัครสมาชิก หรือ ล็อคอิน